รำพันถึง

……………………….ชีวิตคนเป็นอะไรที่ซับซ้อน วุ่นวาย และเต็มไปด้วยเรื่องราวทั้งดีและไม่ดี การที่เราคิดและทบทวนกับทุกๆวันที่ผ่านมา ว่าวันนี้ ฉันโอเคหรือเปล่า มีอะไรที่ต้องปรับหรือเปลี่ยนไหม หรือใครนะที่อาจจะมองฉันไม่ดี มันยากที่จะคาดเดา และเลิกสนใจกับเรื่องแบบนี้ คงจะดี

……………………….การที่ชีวิตต้องผกผันกลายเป็นอีกชีวิตที่ไม่สามารถกำหนดอะไรได้เหมือนแต่เก่า ทำให้เราเศร้าและท้อแท้ในบางที หรืออาจจะรุนแรงจนถึงขั้นเสียน้ำตา มองไปข้างหน้า มีหนึ่งคนที่มองเห็นความสำเร็จของเราตั้งแต่ต้นจนจบ เข้าใจชีวิตที่ซับซ้อนมากกว่าเรา และอาจจะนอนร้องไห้มองหลานที่ไม่สามารถจะช่วยเหลืออะไรหลานคนนี้ได้ อยากบอกว่าทุกช่วงชีวิตที่ผ่านมา จนอายุเท่านี้ ไม่เคยมีวันไหนเลยที่ไม่คิดถึงยาย ไม่มีวันไหนที่ลืมเรื่องราวของยาย ทุกสิ่งที่ทุกอย่างที่ประดังเข้ามา เรื่องราวของยายผุดขึ้นมาในทุกที ถ้ายายแข็งแรงกว่านี้ ยายคงอยากจะช่วยเหลือหลานคนนี้เป็นแน่ คงอยากให้ความสำคัญ นั่งฟังเรื่องนั้นนี้ หรือเลือกสรรสิ่งที่ดีๆที่สุดให้หลานตลอดเวลา  ยายจ๋า ผมเหนื่อยเหลือเกิน ผมเหนื่อยกับการใช้ชีวิตที่ต้องวิ่งเข้าหาอนาคตแบบนี้แล้ว ทำไมเมื่อก่อนยายไม่เห็นเหนื่อยเลย ทำไมเมื่อก่อนยายไม่เห็นสอนให้ผมต้องดิ้นรนเหมือนทุกวันนี้เลย การที่ต้องมีหน้าที่ ที่มันหนักอึ้งแบบนี้มันเหนื่อยเหลือเกินยาย ไม่รู้จะอีกนานแค่ไหนที่ต้องอยู่แบบนี้ แสงสว่างมันเลือนลางจัง มันมืดและหม่นหมองจนคิดว่าต้องอยู่แบบนี้ตลอดไป ยายสัญญาได้ไหม ว่าจะอยู่เป็นกำลังใจ ให้หลานคนนี้ของยายผ่านเรื่องร้ายๆเหล่านี้ไปได้ นะยายนะ ….

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

วิ่งไปข้างหน้า

วิ่งไปข้างหน้า
ใครจะรู้ว่าวันข้างหน้าเป็นอย่างไร ใครจะคาดเดาอนาคตได้ว่าจะมีชีวิต มีสีสันในความแตกต่างของวันนี้ยังไง การคาดเดาเพื่อให้ตัวเองมีกำลังใจที่ดีกว่าเดิมอาจจะทำได้ แต่เรากำหนดโชคชะตาในโลกกว้างของวันข้างหน้าไม่ได้ ผมอยากหลับตา เพื่อให้มองแต่ข้างหน้ามีแต่สีขาว ไม่มีจุดสิ้นสุดของขอบฟ้า หรืออะไรก็ตาม เพื่อที่ว่าจะวิ่งๆไป วิ่งอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยจนถึงสิ้นสุดของความคิดแล้วหยุดยืนอยู่อย่างนิ่งๆ เพื่อรำลึกถึงเส้นสีขาวที่เราผ่านมาว่าเราล้มและพักลงบนเส้นทางนั้นกี่ครั้ง..


มันคงเป็นไปไม่ได้ ผมรู้ มันไม่มีอะไรที่ดีกว่าได้คิดเพ้อๆอีกแล้วในขณะนั้น เช่นอย่างในทุกๆวัน เรามีเรื่องราวผ่านมาเยอะแยะมากมาย รุมโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน บางทีสิ่งเหล่านั้นเราก็รับมือมันได้อย่างสง่างาม บางทีเราก็ไม่มีทางสู้มัน เหมือน เรื่องของยาย ยายคือ คนที่วาดเส้นทางแรกในชีวิตให้ผม เป็นคนปูทางเส้นทางเดินเส้นแรกในชีวิต เป็นเส้นทางที่ผมจำได้ตลอดชีวิต เส้นทางที่มีแต่ความห่วงใยตลอดทาง ยามเหนื่อยๆก็มีน้ำเย็นๆ ยามล้มก็มีมือของยายคอยพยุง เพื่อให้หลานคนนี้สู้ชีวิตในโลกกว้างอีกครั้ง ผมรักยาย


แต่เมื่อไม่นานนี้เราได้ยินข่าวร้าวอีกครั้ง คุณหมอที่ตรวจอาการยายทุก 3 เดือน แจ้งว่า ยายยังคงมีเชื้อร้ายอยู่ ทั้งๆที่หลายเดือนก่อนหน้านั้น เราทั้งครอบครัว ยินยอมให้คุณหมอผ่าตัดมดลูกยายเพราะเจอเชื้อร้ายนั้นอยู่ และก็เชื่อจากปากคุณหมอว่ายายจะไม่มีเชื้อคงค้างอยู่  แต่ในวันนี้ ยังคงมีเชื้อร้ายนั้นอยู่ ยายผมท่านอายุมากแล้ว การผ่าตัดแต่ล่ะที ก็คงเจ็บน่าดู ผมรู้ และเราก็ไม่คิดว่ายายจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก ที่บ้านก็คิดๆกัน ว่าวันศุกร์ที่ 23 นี้ ผลจะเป็นยังไง ผมหวังว่ามันก็เป็นแค่เชื้อและก็คงเป็นเชื้อที่น้อยนิด ต้องรักษายายหายแน่ๆ ผมหวังอย่างนั้น เพราะผมไม่อยากให้ยายเป็นอะไร ไม่อยากให้ยายเจ็บๆอีก แต่นี่ไงอย่างผมที่บอก เราหลับตาแล้ววิ่งไปข้างหน้าอย่างทีคิด เพื่อให้มันผ่านเรื่องไม่ดีในวันนี้ไม่ได้ เพราะนั้นมันคือจินตนาการ..


เหตุผล และหลักการของแต่ล่ะบุคคลแตกต่างกัน ความคิดความอ่านก็ย่อมเกิดการขัดแย้งกันได้ มันเป็นสัจธรรมที่เราควบคุมมันได้ เพียงแค่อารมณ์ ผมอาจจะดูเป็นคนหลายๆบุคลิก อาจจะดูเป็นคนหลายหลากอารมณ์ บางวันอาจจะมีเรื่องที่เครียดมากที่สุดในโลกอยู่ในใจ แต่สิ่งที่แสดงออกมาให้คนอื่นเห็นอาจจะเป็นคนร่าเริง สนุกสนาน ไม่คิดอะไร ดูเหลวไหล และเดาความคิดไม่ถูก สิ่งนั้นอยากบอกใครหลายๆคน ที่ใกล้ชิด และรู้จักผมว่า ผมมีเรื่องราวเยอะเหลือเกินครับ บางทีผมก็อาจจะคิดเรื่องบางเรื่องที่คนอื่นเขาไม่คิดกัน บางทีผมก็อาจจะดูเป็นคนไม่ดีเลยในสายตาคนที่มอง แต่ตอนนั้นผมอาจจะคิดว่ามันไม่มีอะไรก็ได้ ก็นี่แหละ ชีวิต ชีวิตที่เราต้องวิ่งๆไปเรื่อยๆตามความเป็นไปของความเป็นค
บางเวลา เราต้องวิ่งให้ทันคนอื่นเพื่อให้ทันกับสังคม บางขณะเราก็ต้องวิ่ง วิ่งอย่างไม่หยุดเพื่อให้ผลที่ได้จากการวิ่งมาแปรเป็นความสุขในชีวิต ในบ้าน ในครอบครัว จากการทำงานของเรา บางครั้งเราอาจจะต้องวิ่งๆเพื่อหนีสิ่งที่เรากลัว และพ่ายแพ้กับมัน เพื่อมายังจุดเดิม เพื่อได้สะสมความคิด สะสมพลัง พร้อมที่จะวิ่งไปสู้กับสิ่งนั้นอีกครั้ง เพื่อให้สู่สิ่งฝันของเรา


ในตอนนี้มีหลายเรื่องที่ผมวิ่งเข้าหา หลายเรื่องที่วิ่งเข้ามา และหลายเรื่องที่วิ่งออกไป ไม่รู้ว่าในวันนี้หรือทุกๆวันที่วิ่งอยู่ ผลสุดท้ายจะเป็นยังไง แต่ขอให้ทุกๆสิ่งที่ผมได้เคยผ่านมา เป็นเพียงเส้นทาง-เส้นทางนึง ที่ผมเคยผ่าน เส้นทางนี้มีตรงไหนที่มีความทรงจำดีๆผมจะเก็บมันไว้อย่างดี เส้นทางนี้ตรงไหนที่ผมล้ม ผมจะเก็บเอาไว้เป็นบทเรียนเพื่อสู้กับวันข้างหน้าต่อไป และหวังว่าเส้นทางสายใหม่ในวันข้างหน้าที่จะเข้ามาหาผม คงมีแต่สิ่งที่สวยงามและน่าจำจำไปตลอดเส้นทางนั้นนะ ผมหวังแค่นั้นครับ…

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

Pending

 

Pending

มีผู้คนมากมาย คอยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวเขาเอง ว่าทุกๆวันนี้ ที่เป็นอยู่ มีจุดมุ่งหมายอะไรในชีวิต บ้างก็ว่า ในที่สุดแล้ว จะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต บ้างก็ว่า ความรักอันล้นเปี่ยมจะยังคงอยู่ชั่วกาล บ้างก็ว่าความรำรวย รุ่งโรจน์ จะเขยิบเข้ามาหาโดยไม่ช้า บ้างก็ว่า….

     จริงๆแล้ว พอเอาเข้าจริงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การรอคอย คาดหวัง ยังคงเป็นตัวกำหนดวัดอนาคตของคนเราอยู่ ซึ่งถ้าเราไขว่ขว้า พยายาม หรือตามหาสิ่งฝัน สักวันฝันนั้นย่อมมาถึงในไม่ช้า แต่บางคนหรือบางกรณี การวิ่งเข้าหา หรือพยายามกลับคว้าได้เพียงน้ำเหลวๆ คือหยดเหงื่อ และน้ำตา จากความพยายาม ที่ในที่สุดแล้ว ยังไม่รู้เลย ว่าจะหวังต่อไปไหม…นั้นแหละคือปัญหา ที่ยังคงอยู่ในใจของหลายๆคน

     ตัวเราเองบอกได้เสมอ ว่าวันนี้ “ฉันทำดี หรือวันนี้ ฉันทำร้าย” และก็หลอกตัวเองไปวันๆกับฝัน ที่ยังไง-ยังไง ก็ไม่มีโอกาสได้ครอบครอง แต่ก็รั้นความรู้สึกตัวเอง เพ้อกับตัวเอง และหลงๆกับคำพูด นิดๆหน่อยๆจากผู้คน จนเอาไปคิดว่า สักวัน ฝันนั้น ฉันได้แน่ๆ แต่ในที่สุดแล้ว อาจจะไม่ได้อะไรกลับมา หรืออาจจะสูญเสียความรู้สึกอะไรบางอย่างไปจนตลอดชีวิตเลยทีเดียว 

    สำหรับผมแล้ว ผมก็หวังนะ หวังว่าจะสักวันจะเป็นอย่างโน่น อย่างนี้ คิดนั้น คิดนี้ไปเรื่อยเปื่อย ทั้งๆที่ลองมาแล้ว ก็ล้มเหลวหรือไม่สำเร็จบ้าง แต่ก็ไม่เคยหยุดที่จะคิด หรือจินตนาการเพ้อๆคนเดียว ก็แน่ล่ะ ทุกๆวันในชีวิต มีเรื่องราวมากมายร้อยแปด บางทีก็เหนื่อยสุดตัว บางทีก็กลัวจนเกินกำลัง เพราะเหตุนี้ แน่นอนคนเราย่อมมีจุดหวัง และจุดฝันบ้าง ไม่มากก็น้อย เพื่อที่จะให้ในหนึ่งวันของเรา ไม่ใช่หนึ่งวันที่เหมือนกันซ้ำๆทุกวัน

     การรอคอย ถึงสิ่งหนึ่ง จึงเป็นความฝันอาจจะไม่สูงสุด แต่ก็ฝันลึกๆ ว่าจะได้ ต้องได้ หรือแค่ได้ลองสัมผัสก็ยังดี ชีวิตถึงจะมีความหมาย ทั้งในเรื่องงานที่ก็ดีในบางครั้ง หรือร้ายๆในบางที หรือเรื่องความรักที่คาดหวังไว้ว่าจะสวยหรู หรือว่าอาจจะดูไม่ได้เลย หรือการเงินที่จะอู้ฟู้ หรือจะหดหู่เมื่อถึงกลางเดือน นั้นแหละ เป็นปัจจัยหลักๆของคนเกือบซ่ะทุกคน มันหนีไม่พ้นเรื่องหลักๆพวกนี้ ก็ในที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ก็คือ “ก็คงต้องคอยต่อไป ยังคอยอยู่กับความฝันที่คิดไว้” และก็พยายามกันเข้า เชื่อว่าสักวัน ทุกคนต้องโชคดี และในวันนั้นเอง สิ่งที่รอคอย ก็จะไม่ใช่เรื่องที่เราต้องรอคอยอีกต่อไป หวังว่าทุกๆคนคงโชคดีนะครับ สู้ๆจากใจคับ..

Popdot

 

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

โอจิริ

คุณเคยนั่งเงียบๆแล้วมองดู ความเป็นไปที่เกิดขึ้นผ่านมาในหลายเดือนก่อนไหม?
ความใฝ่ฝันอันสูงสุดของโอจิริ คือการได้เป็นหญิงสาวที่ประสบความสำเร็จในรัก ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุบังเอิญแห่งความทรงจำของฉัน คือการได้พบ คนนึง ที่ได้รู้จักกันทางจดหมาย ฉันฝันใฝ่ในรักที่เป็นนิรันดร์ แต่ฉันปราศจากรักอย่างสวยงาม การวิงวอน เพื่อให้ความรักจะอยู่กับฉันตลอดไป มันอาจจะไม่สามารถทำได้ ฉันได้พูดคุยกับเขาผ่านทางจดหมายหลายฉบับ รับรู้ความเป็นไปของเขา เท่าที่จะมากได้ เขาเป็น หัวหน้าทหารที่ต้องทำงานหนัก ในขณะที่ฉันเป็นหญิงสาวที่ทำงานน้อยนิดเมื่อเทียบกับเขา เวลาของเขาคือคือสิ่งมีค่าของฉัน

   ในวันที่ฉันรู้สึกเป็นกังวลในจดหมายฉบับล่าสุดที่ส่งมาถึงฉัน คือการนัดพบกัน ฉันภาวนาและอยากให้วันนี้ ฉันได้เจอคนที่รัก และคนที่ฉันจะมองเขาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดของใจ ณ.หอนาฬิกา เวลาหนึ่งทุ่มตรง ความสัมพันธ์วันนี้จะสานต่อ หรือสิ้นสุดลงนะ ฉันยังไม่รู้ ฉันอยากให้ความประทับใจในวันนี้ที่เขามองมาได้เกิดกับฉัน แต่ก็ไม่สามารถจะบังคับใจใครได้

บางเวลาของฉัน คือตัวสร้างปัญหาของเขา?
    เกิดเหตุสงครามรุนแรงขึ้น หมู่บ้านที่ฉันอยู่ถูกระเบิด ฉันออกจากบ้านที่ไม่เหลืออะไร ต่างช่วยกันพาครอบครัวหนีความตายด้วยใจที่พะวง ฉันเดินผ่าน หอนาฬิกา ที่วันนี้ไม่มีเขา มีเพียงแต่ฝีเท้าของฉัน ที่ต้องรีบเร่งเพื่อให้ทันคนอื่นที่เดินนำหน้าไป เขาจะอยู่ ณ.ที่ไหน ในโลกนี้นะ ฉันจะมีโอกาสได้เจอเขาอีกไหม สิ่งเดียวที่เป็นความทรงจำของฉัน ก็คือจดหมายฉบับสุดท้ายที่ฉันเก็บติดตัวมาเท่าที่จะทำได้ ฉันย้ายมาอีกที่ ที่คนไม่มีฐานะทางสังคมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ฉันต้องทนกับอากาศหนาวเย็น ไม่มีผ้าห่มผืนหนา คุณยายของฉันพูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “โอจิริเอ๋ยสิ่งที่เป็นนิรันดร์ในใจของหลาน จะไม่หวนกลับมาแล้ว เราไม่มีโอกาสเลือก เรามีเพียงสิ่งเดียวที่ต้องนึกถึงเสมอๆ คืออาศัยอยู่บนโลกนี้อย่างพยายาม” ฉันจำถ้อยคำของคุณยายที่ฉันรักได้อย่างดี ฉันเดินตามทางยาวของถนนที่ดูไม่มีสิ้นสุดของปลายทาง เดินมาถึงตัวเมืองที่ผู้คนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก สิ่งมหัศจรรย์ของฉันคือ ฉันได้พบเขาอีกครั้ง เขายังเป็นนายทหารที่แต่งตัวสะอาด ภูมิฐาน มีฐานะทางสังคม ในขณะที่ฉัน เป็นพลเมืองของประเทศที่กำลังหนีสงครามอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เสื้อผ้าที่สกปรกและไม่สะอาดที่อยู่บนร่างกายฉัน ฉันไม่กล้าทักเขา และเขาก็ไม่ได้มองมาที่ฉัน มันเหมือนมีแม่น้ำสายใหญ่แบ่งกลางระหว่างเรา

ความรักไม่มีในโลกนี้จริงๆหรือ? เขาไม่ได้ติดตามหรือถามไถ่ความเป็นไปของฉันทั้งๆที่เขามีบริวารมากมาย ในขณะที่ฉันกำลังหนีสงครามอย่างทรมาน แต่ก็ยังระลึกถึงเขาและหวังว่าเขาคงปลอดภัย และคงแน่แล้ว สิ่งที่ฉันทำให้เขากับมือในวันที่เราเจอกัน มันคงหายไปแล้วจากใจเขา ฉันเป็นผู้ปราศจากรักอย่างแท้จริง ทุกห้วงเวลาของคนๆนึงในผืนโลกนี้มี เพียงลมหายใจที่กำลังลดน้อยลงอย่างแผ่วเบา ฉันอยากมีรักที่สวยงาม อยากเป็นผู้ประสบความสำเร็จในรัก แต่สิ่งที่ฉันนึกได้ในตอนนี้ คือคำพูดของยายฉัน “สิ่งที่เป็นนิรันดร์ในใจของหลาน จะไม่หวนกลับมาแล้ว เราไม่มีโอกาสเลือก เรามีเพียงสิ่งเดียวที่ต้องนึกถึงเสมอๆ คืออาศัยอยู่บนโลกนี้อย่างพยายาม”

หลายเดือนก่อนที่ผ่านมาของคุณเป็นอย่างไร?
โอจิริ

Tags:

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

คุณยายผม

คุณยายของผม 

      การมีบ้านที่รายล้อมไปด้วยความเป็นสังคมครอบครัวมันช่างน่าอัศจรรย์จังนะครับ ผมมีบุคคลสำคัญของบ้านเราที่รักมากที่สุดคือ คุณยายครับ คุณยายผมชื่อ “คุณยายชั้น” อายุท่าน 87 ปีแล้ว เดิมทีแรกยายของผมแข็งแรงมากๆครับ ท่านเคยทำสวนมาก่อน อารมณ์ดี ไม่ใช่คนแก่จุกจิกแบบใครๆเลย ตามใจหลานทุกอย่าง และที่สำคัญยายผมน่ารักมากๆครับ รู้ในตัวหลานทุกๆเรื่อง ผมสนิทกับยายมากๆตอนเด็กๆ ผมอยู่กับยายตั้งแต่อนุบาลจนถึงประถม6 ยายเป็นผู้ปกครองผมในทุกเรื่อง ทั้งซื้อกล่องดินสอสีสวยๆมาให้เอาไปอวดเพื่อน มีสาวยาคูลล์มาส่งยาคูลล์ให้ตอนกลางวันเท่กว่าใครๆ บางวันก็มีอาหารแปลกตานอกจากอาหารถาดหลุมของโรงเรียน ในตอนดึกๆผมก็นั่งทำการบ้านบนบ้านทรงสูงที่มีใต้ถุนด้านล่างไว้เก็บของและอื่นๆ บนบ้านยายก็นอนฟังวิทยุ วันไหนอยากให้ผมนอนเร็วก็เปิด AM คลื่น “ลูกนกฮูก” ที่ทำละครเป็นผีๆมีคนพากษ์เสียงน่ากลัว ให้เรากระตือรือร้นนอนเร็ว หรืออาจจะไฟดับในช่วงที่ฝนตกหนัก ตอนนั้นผมจะรักยายมากเป็นพิเศษ กอดยายนานและเห็นยายเป็นฮีโร่ ก็แน่ล่ะไฟมันดับมีแต่เทียนอยู่ใกล้ยายแล้วปลอดภัย เราไม่ค่อยมีใครหรอกครับ เพราะรุ่นคุณพ่อคุณแม่ ลุงป้า จะอยู่กรุงเทพฯ แต่จะมาทุกอาทิตย์ ผมจะมีความสุขทุกครั้งในวันเสาร์-อาทิตย์ตื่นเช้ามากๆ เกาะตรงหน้าต่างที่เลื่อนๆไปมาได้ มองดูยายที่อยู่ข้างล่าง ใส่บาตรพระที่ท่านจะผ่านมาทุกเช้า ในข้าวมีดอกมะลิลา ใส่ในข้าวสวยร้อนๆให้หอมๆด้วย ช่วงเช้าจนถึงเย็น ก็สาละวนอยู่ในบ้าน มันไม่มีอะไรแปลกตาแต่มันก็ไม่เคยเบื่อเลย ผมมีความสุขทุกครั้งที่คิดถึงเมื่อก่อน บางครั้งก็นอนเศร้าๆตอนมาอยู่กับ พ่อแม่ ตอนม.1 คิดถึงยายมากๆครับ อยากกลับไปหายาย แต่ก็ได้แต่รอวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ตอนที่อยู่กับยาย ก็ดิ้นรนที่อยากจะอยู่กับพ่อแม่ เหมือนลูกคนอื่นเขา มันเป็นเพราะเราคิดว่า ตอนนั้นเราต้องอยู่กับพ่อแม่สิ ไม่ใช่อยู่กับยาย แต่พอมาอยู่ที่นี่ก็คิดถึงยายจับใจ อยากให้ยายมาหา ร้องไห้บ่อยๆเลย
      จนประมาณผมอยู่ ม.3 คุณยายก็ล้มและเข้าโรงพยาบาลนานเลย ตอนนั้นผมเศร้ามาก ร้องไห้ทุกวัน คุณหมอที่โรงพยาบาลนึงแนะนำให้ครอบครัวเราทุกคน ให้นำยายกลับบ้านและไปถอดเครื่องหายใจที่นั้น เพราะยายไม่รู้สึกตัวได้เกือบ 15 วันแล้ว มันก็เกิดการขัดแย้งกันขึ้นในครอบครัวญาติบางคนก็อยากให้ยายไปบ้านและก็ให้สิ้นลมที่นั้น มีพี่สาวผม แม่ผมและญาติอีกกลุ่มที่ไม่ยอม จะรักษายายต่อไป และก็เป็นเหตุผลที่ถูก ยายย้ายไปอีกโรงพยาบาล ที่นี่ดีมากๆครับ รักษายายจนหาย ถึงแม้ยายไม่เหมือนเดิม คือเดินไม่ได้ ขยับแขนกับขาฝั่งขวาไม่ได้ แต่ก็เป็นปลื้มและอัศจรรย์มากๆแล้วสำหรับครอบครัวผม ตอนนี้ยายยังบ่นๆผมได้ ยังเขกกะโหลก กอดๆผมด้วยมือข้างซ้ายได้ และที่สำคัญตอนนี้ยายอยู่กับผมแล้วครับ ผมรักยายมากๆครับ ก่อนจะขึ้นข้างบนห้อง ผมจะใช้เวลาอยู่กับยายเยอะๆก่อนขึ้นไป นั่งโม้เรื่องนั้น เรื่องนี้ ผมคงอธิบายไม่ได้หรอก ว่ายายผมหน้าตาตอนฟังผมเล่าเป็นยังไง แฮ่ะๆ แต่ผมรู้ดีและรู้สึกทุกครั้งเวลาผมนั่งดูทีวีแล้วแอบเหล่เห็นยายมองดูผมอยู่บนเตียง ก็รู้แล้วว่ายายรักผมมากๆ ยายเลี้ยงผมมานานมากครับ รู้ว่าผมขี้น้อยใจ เสียใจและผมเป็นคนยังไง
      ผมอยากให้ยายไม่เหงา ไม่อยากให้ยายท้อๆ เพราะขนาดตัวเราเอง อยู่บ้านทั้งวันยังเบื่อเลย แต่นี่ยายต้องนอนบนเตียงมานานมากๆแล้ว จะเบื่อกว่าเราแค่ไหน ผมก็นั่งเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้เท่าที่ทำได้ คุยให้ยายขำๆบ้าง เพราะยายก็ร่าเริงไม่แพ้คนอื่นเลย ชีวิตของผมมียายที่เข้าใจเสมอๆครับ ผมอยากให้ยายได้เห็นหลานคนนี้ร่าเริงเสมอๆ ผมอยากให้ยายมีแต่ความสุข ไม่อยากให้ยายเครียดเรื่องของผม กับโรคของผม กับทุกวันที่เป็นอยู่นี่ผมก็ภูมิใจและพอใจมากๆแล้วครับ ครอบครัวผมไม่รวยเลย แต่ไม่เคยท้อสักคน ยายเรียนไม่สูง ไม่มีแม้แต่วันเกิดของตัวเอง รู้แต่ว่าเกิดปีไหน เท่านั้นที่ยายจำได้ แต่พวกผมก็ภูมิใจมากๆครับที่มียาย ถึงแม้ตระกูลเราไม่มีเงินถุงเงินถังเหมือนคนอื่น แต่เราก็รักกันมากไม่เคยทะเลาะเลย ผมมีความสุขในช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ได้อยู่กับยายเต็มวัน ไม่อยากโหยหาที่จะออกไปข้างนอกหรอก อาจจะดูเป็นคนเก็บตัว แต่ความสุขก็เกิดขึ้นได้ในบ้านนี่ครับ ไม่รู้ว่ามันจะยาวนานแค่ไหน แต่ยายก็ยังเป็นที่หนึ่งของผมเสมอๆ ผมรักยายจังครับ…

**บ้านหลังเล็กๆไม่สวยไม่ใหม่ แต่ผมก็รักบ้านหลังนี้มากๆครับ พี่สาวผมจะคิดวันเกิดของยายเป็นวันที่ 12 สิงหาคม ปีนี้ผมจะเลียนแบบหนังเกาหลีดูบ้าง จะทำซุปสาหร่ายกะพี่ๆให้ยายทาน อาจจะไม่ใช่สาหร่ายแบบเกาหลี แต่พวกผมจะตั้งใจลองทำดูครับ แฮ่ะๆ

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

Kid = คิด

คิดว่าอยากจะทำอะไรที่มันดีกว่านี้

คิดว่าสักวันคงทำอะไรที่มันมั่นคงกว่าที่เป็นอยู่ คงได้ทำอะไรด้วยความรู้สึกดี ไม่กดดัน หรือรอแรงเหวี่ยงจากใครๆ ทุกๆครั้งที่เราพยายามที่จะดิ้นรนเพื่อหาทางออก แต่มันก็เหมือนเจอทางตัน วนเวียนอยู่ในวงจรที่แย่ๆ ทำให้ท้อ และรู้สึกเบื่อหน่าย ชีวิตที่ซ้ำซาก การงานที่คิดว่าจะพัฒนา และทำให้มีหน้ามีตาในการงาน เปล่าเลย มันก็เท่านั้น ทำทุกวันให้ดี แต่ส่วนรวมไม่ได้คิดเช่นเรา มันก็คงหมดหวัง…ต้องทำใจ

ชีวิตมันคงต้องหาหนทางที่ทำให้วันนี้เป็นวันที่ดีในทุกๆวัน ย้ำกับความรู้สึกเบื่อหน่าย จิตใจไม่พร้อมที่จะทำอะไร มันก็จบ โหยหาสิ่งที่ดีที่สุด แต่ก้ไม่ได้ง่ายๆ ถ้าใจไม่ได้อยากจะไขว่คว้า สิ่งสุดท้ายที่คงได้อยู่คือ คนไม่มีใจ และไม่คิดจะพัฒนา

หลานสาวยังอยากไปโรงเรียน ยังอยากรำไทย ยังอยากทำกิจกรรมกีฬาสี เพราะมีใจ แต่เราเองกลับไม่อยากมาทำงาน ไม่อยากทำอะไร หรือว่าตอนนี้ชักเริ่มไม่มีใจแล้ว… อีกไม่นาน…

Tags:

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

DOT.

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

ความทรงจำ


เคยรู้สึกไหม
       ความที่อยากใช้ความสบายที่หาได้ในแต่ล่ะวัน ปลดปล่อยไปตามความรู้สึกที่ต้องการ เพื่อผ่อนคลาย หรือหมดหวังจากอะไรต่างๆก็ตามที่ทำให้ชีวิตดิ้นรน ความสุขแท้ อยู่ไหนกัน การช่วยเหลือผู้อื่น เวทนาคนที่ต่ำต้อยกว่า หรือนั่งสงสารตัวเอง
       ชีวิตคนไม่ยั่งยืน ไม่โบกโบยไปตามลมพัด แข็งแรงและอดทนต่อทุกสภาวะ รวมทั้งเปลี่ยนสีตามสถานที่ต่างๆเพื่อให้เขาเข้าใจว่าเราคือคนชั้นเดียวกับเขา หรือเราเสมอกัน… ที่จริงแล้ว เราต่างเคยมีความทรงจำที่แสนดีและเลวร้าย เพียงแต่เมื่อไหร่ที่เราจะคิดถึงมัน ปมนั้นจะเกิดจนเรารู้สึกตัว  มีคนอีกมากบนโลกนี้ ที่คิดว่าตัวเองวิเศษ คิดว่าตัวเองเป็นเทวดา มีความคิดที่เลิสเลอกว่าคนอื่น คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่ ในโลกอันแสนแคบที่บีบๆและคิดว่านั้นคือโลกของตน อนิจจัง..
      ลองมองย้อนถึงความทรงจำในวัยเยาว์ ถึงการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หรือเป็นผู้ถูกรังแกจากเพื่อนร่วมห้อง หรืออะไรก็ตามที่มีปม จนทำให้คนเหล่านั้น ผลักดันให้ความคิดตนเองเป็นใหญ่กว่าจิตใจ จึงก่อให้เกิดความคิดประหลาดในยามที่เขาโตขึ้น สิ่งเหล่านี้อยู่กับเขาไปนาน เท่ากับความทะเยอทะยานอยากที่เขาพึงมี พวกเราในแบบคนที่โผล่พ้นจากความจริง นั่งมองเขาด้วยความเวทนา และมองเขาด้วยความสมเพศ แน่แท้แล้ว อีกไม่นาน เขาคงพ้นจากตรม พวกเราเปร่งเสียงด้วยความยินดี..

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

Hongkong Trip

Tags: , ,

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

Family


เราคือ ครอบคัวเดียวกัน
เท่าที่จำความได้ ความทรงจำสมัยก่อนกับปัจจุบันไม่ได้ต่างกันเลย บางคนพอเริ่มโต ก็เริ่มจะออกห่างจากสังคมครอบคครัวกัน ทีแรก เคยนึกว่าเราตรงกับข้อนั้นหรือเปล่า แต่พอมานึกแล้ว เปล่าเลย เรายังคงผูกพันและยังเข้าใจกันแบบเสมอมา และเชื่อว่าคงตลอดไป
         ในช่วงสู่การเริ่มต้นกับการทำงานที่ใหม่ ที่ต้องเอาพลังงานทั้งหมด มาใช้อย่างบ้าคลั่ง หลังจากที่ได้หยุดยาวจากความเหนื่อยหน่ายจากที่เก่า 1 เดือน ชีวิตเปลี่ยนไปไหม อาจจะเปลี่ยน แต่เดาไม่ได้เลย ว่าไปในทิศทางไหน ผู้คนมากมาย เข้ามาให้รู้จักเพิ่มอย่างเรื่อยๆ ผู้คนเก่าๆยังคงแวะเวียนมาทักทายบ้าง ตามสังคมออนไลน์ ที่ทำให้ความใกล้ชิดยังคงอยู่ แต่ไม่นานก็จะร้างลาไป และอีกมากมายกับการปรับตัว ให้ถูกใจใคร ให้ตรงใจเขา บางที คนเราก็แปลกนะ ว่าไหม ว่าทำไมกลับไม่ลองมองย้อนบ้าง ว่า คุณก็ควรปรับหาใครๆบ้างเหมือนกัน มันแตกต่างกันแค่ตัวบุคคลเท่านั้นเอง โลกที่เราอยู่ทุกวัน มันหมุนไปอย่างไม่มีวันหยุด ถึงแม้จะเดิมๆซ้ำๆ แต่มันก็หมุน แต่กับวิถีชีวิต จิตใจคน กลับแตกต่างกัน บางคนไม่เดินตามทางที่กำหนด บางคนไม่ไขว่คว้าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า บางคนเห็นแก่ตัวอย่างที่ไม่เคยเจอ หรือบางคนอาจจะแสนดีอย่างน่าประหลาด ทั้งๆที่เราเองพอได้ทำความรู้จักกับใคร ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ได้เจอกัน มันก็เหมือนคนเคยคุ้นหน้าคุ้นตาไม่ถูกหรือ เราหรือเขาควรเปิดใจ
        
ลึกๆแล้ว ทุกคนมีความต้องการของตัวเองกันทั้งนั้น เราควรจะประสานทั้งสองสิ่งเข้าด้วยกัน เพราะนามธรรม สามารถสร้างให้เป็นรูปธรรมได้ อาจต้องใช้เวลา หรือรอด้วยความตั้งใจ แค่เราคิดว่าเสมือนคนที่อยู่ในโลกนี้ คนที่เราทำความรู้จักใหม่ๆนี้ คือครอบครัวเรา ในขณะที่เขาคนนั้น ก็มีความคิดและเจตคติที่คล้ายๆกัน แน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้น ย่อมนำไปสู่ ความเป็นมิตร สันติ และความรัก และอีกไม่นานถ้าเราทำสิ่งนี้อยู่เป็นนิจ จะมีมิตรอีกมากมาย ที่ต่างทยอยกันเข้ามาทำความรู้จักเราอย่างสม่ำเสมอ รู้อย่างนี้เราควร เริ่มทำ ดีกว่าไหม
ป๊อปดอท

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS
 Page 1 of 2  1  2 »